เว็บไซต์สำนักงานเกษตรอำเภอ

แจ้งเตือนภัยการเกษตร (มะม่วง)

สำนักงานเกษตรอำเภอมัญจาคีรี ขอแจ้งเตือนภัยการเกษตร (มะม่วง)  โดยมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อม สภาพอากาศ ที่เกิดขึ้นในแต่ละสัปดาห์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อพืชชนิดต่างๆ การเกิดโรคระบาดในพืช การระบาดของแมลงศัตรูพืช ตลอดจนข้อสังเกต ข้อควรระวัง แนวทางแก้ไข/ป้องกัน เพื่อเผยแพร่ให้ทราบ 

 

สภาพแวดล้อม / สภาพอากาศที่เกิดในช่วงนี้  :  อากาศร้อน และมีฝนตกบางพื้นที่

 

ชนิดพืชที่อาจเกิดผลกระทบ  :  มะม่วง

 

ระยะการเจริญเติบโตของพืชในช่วงนี้  :  เก็บเกี่ยวผลผลิต

 

ปัญหาที่ควรระวัง  :  โรคแอนแทรคโนส (เชื้อรา Colletotrichum gloeosporioides)

 

ข้อสังเกตลักษณะ / อาการที่พบ  :  

 

๑. อาการที่ผล ผลแก่หรือผลสุกหลังเก็บเกี่ยว พบจุดสีดำเล็กๆ ต่อมาแผลขยายลุกลามและยุบตัวลง ถ้ามีหลายแผล ขยายมาติดกัน ขนาดของแผลจะกว้างขึ้นและยุบตัวเป็นแอ่งบุ๋มทำให้เน่าทั้งผล บางครั้งพบเมือกสีส้มซึ่งเป็นกลุ่มสปอร์ของเชื้อราสาเหตุโรคอยู่ที่บริเวณแผล นอกจากนี้ยังพบอาการของโรคในระยะใบอ่อน แทงช่อดอก และผลอ่อน

 

๒. อาการที่ใบ ใบอ่อนพบจุดฉ่ำน้ำ ต่อมาเปลี่ยนเป็นแผลสีน้ำตาลดำ หากอาการรุนแรงแผลจะขยายตัวอย่างรวดเร็วติดต่อกันทั้งผืนใบ ทำให้ใบบิดเบี้ยว เสียรูปทรง ยอดอ่อนเหี่ยวและดำ ส่วนใบแก่พบแผลรูปร่างค่อนข้างเหลี่ยม หากอาการรุนแรงแผลจะทะลุเป็นรู

 

๓. อาการที่ช่อดอก พบจุดหรือขีดสีน้ำตาลแดงเล็กๆ บนก้านช่อดอก ต่อมาแผลขยายใหญ่ หากมีความชื้นสูงจะพบเมือกสีส้มซึ่งเป็นกลุ่มสปอร์ของเชื้อราสาเหตุโรคอยู่ที่บริเวณแผล ทำให้ช่อดอกเหี่ยวแห้ง ดอกหลุดร่วง ก่อนติดผล

 

๔. อาการที่ผลอ่อน พบจุดแผลสีน้ำตาลดำ ถ้าสภาพแวดล้อมเหมาะสมผลที่ถูกทำลายจะเป็นสีดำและหลุดร่วงก่อนกำหนด ในบางครั้งเชื้อสาเหตุโรคเข้าทำลายแบบแฝงในผลอ่อนโดยไม่แสดงอาการของโรค แต่จะแสดงอาการของโรคเมื่อผลสุกและอาการ รุนแรงมากขึ้นตามความสุกของผล

 

แนวทางป้องกัน / แก้ไข  :  

     ๑. หมั่นตรวจแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ เมื่อพบพืชเริ่มมีอาการของโรค ตัดแต่งและเก็บส่วนที่เป็นโรคนำไปเผาทำลายนอกแปลงปลูก เพื่อลดปริมาณเชื้อสาเหตุโรค

     ๒. กำจัดวัชพืชรอบโคนต้น เพื่อลดความชื้นในทรงพุ่ม

     ๓. ควบคุมปริมาณธาตุอาหารให้เหมาะสม ไม่ควรใส่ปุ๋ยที่มีค่าไนโตรเจนมากเกินไป

     ๔. แหล่งปลูกที่พบการระบาดของโรคเป็นประจำ ในช่วงที่มะม่วงแตกใบอ่อน เริ่มแทงช่อดอก และหลังติดผลอ่อน ควรพ่นด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืช แมนโคเซบ ๘๐% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา ๕๐ กรัมต่อน้ำ ๒๐ ลิตร หรือ อะซอกซีสโตรบิน ๒๕% เอสซี อัตรา ๑๐ มิลลิลิตรต่อน้ำ ๒๐ ลิตร หรือ โพรคลอราซ ๔๕% อีซี อัตรา ๑๕ มิลลิลิตรต่อน้ำ ๒๐ ลิตร พ่นทุก ๗ - ๑๐ วัน โดยพ่นสารชนิดใดชนิดหนึ่งสลับกัน และไม่ควรพ่นสารชนิดใดชนิดหนึ่งติดต่อกันเกิน ๔ ครั้ง ในช่วงที่มะม่วงติดผล หากมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเกิดโรค คือ มีฝนตกและอากาศร้อนชื้น ควรพ่นสารป้องกันกำจัดโรคพืชดังกล่าว เพื่อป้องกันการระบาดของโรค และควรหยุดพ่นสารก่อนเก็บเกี่ยวผลผลิตไม่น้อยกว่า ๑๕ วัน

     ๕. หลังการเก็บเกี่ยวผลผลิต ควรตัดแต่งกิ่งเพื่อให้ทรงพุ่มโปร่ง โดยเฉพาะกิ่งที่เป็นโรคและเก็บส่วนที่เป็นโรคนำไปเผาทำลายนอกแปลงปลูก เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งสะสมของโรคในฤดูกาลผลิตต่อไป

 

*****  ควรหลีกเลี่ยงการพ่นสารป้องกันกำจัดโรคพืชในช่วงดอกบาน เพื่อป้องกันผลกระทบต่อการผสมเกสรของพืช

 

 

ที่มา  :  คณะทํางานพยากรณ์และเตือนภัยศัตรูพืช กรมวิชาการเกษตร 

website :  http://at.doa.go.th/ew

 

 

 

 

เครดิตภาพมะม่วง : https://th.pngtree.com/freepng/mango_1824772.html

เครดิตภาพโรคแอนแทรคโนส : http://www.dynamicseeds.com

 

 

น.ส. พศิตา พิลาโสภา

นวส.ปฏิบัติการ

 

22 กรกฎาคม 64 18:36:08