เว็บไซต์สำนักงานเกษตรอำเภอ

เตือนภัยการเกษตร (มะละกอ)

 

สำนักงานเกษตรอำเภอมัญจาคีรี ขอแจ้งเตือนภัยการเกษตร (มะละกอ) ช่วงวันที่ 3 - 9 ต.ค. 2561 ข้อมูลจากกรมวิชาการเกษตร โดยกรมวิชาการเกษตรได้รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อม สภาพอากาศ ที่เกิดขึ้นในแต่ละสัปดาห์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อพืชชนิดต่างๆ การเกิดโรคระบาดในพืช การระบาดของแมลงศัตรูพืช ตลอดจนข้อสังเกต ข้อควรระวัง แนวทางแก้ไข/ป้องกัน เพื่อเผยแพร่ให้ทราบ 

 

 

สภาพแวดล้อม / สภาพอากาศที่เกิดในช่วงนี้  :  อากาศร้อนชื้น

 

ชนิดพืชที่อาจเกิดผลกระทบ  :  มะละกอ

 

ระยะการเจริญเติบโตของพืชในช่วงนี้  :  ทุกระยะการเจริญเติบโต

 

ปัญหาที่ควรระวัง  โรคใบด่างจุดวงแหวน

 

ข้อสังเกตลักษณะ / อาการที่พบ 

- ระยะต้นกล้า  ต้นจะแคระแกร็น ใบอ่อนซีดเหลือง เส้นใบหยาบหนาขึ้น ใบด่างเป็นสีเขียวเข้มสลับสีเขียวอ่อน หากโรครุนแรงจะทำให้ใบมีขนาดเล็กลง บิดเบี้ยวผิดรูปร่างและหงิกงอ บางครั้งพบใบเรียวเล็กลงเป็นเส้นยาวแทบจะไม่เห็นเนื้อใบ ทำให้ต้นกล้าไม่เจริญเติบโตหรือตายได้

- ระยะต้นโต  ยอดและใบอ่อนเหลืองซีด ใบมีขนาดเล็กลง ก้านใบสั้น ใบแก่ขอบใบจะม้วนขึ้นและหยัก ใบด่างเป็นสีเหลืองสลับเขียว ลำต้นและก้านใบมีรอยช้ำเป็นขีดหรือรูปวงแหวน ต้นที่เป็นโรคจะติดผลเร็ว แต่ให้ผลผลิตต่ำ หรือถ้าโรครุนแรงจะทำให้ใบและช่อดอกหลุดร่วง ไม่ติดผล ต้นแคระแกร็น อาการที่ผลจะพบจุดรูปวงแหวน หรือบางครั้งเป็นสะเก็ดรูปวงแหวน ถ้าอาการรุนแรงมากจะเป็นหูดนูนขึ้นมาและผิวขรุขระ

 

แนวทางป้องกัน / แก้ไข 

1. ตรวจแปลงเพาะกล้าหรือแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ หากพบต้นที่เป็นโรค ถอนหรือขุดออกแล้วนำไปเผาทำลายนอกแปลงทันที

2. ทำความสะอาดอุปกรณ์การเกษตรที่ใช้กับต้นที่เป็นโรค ก่อนนำไปใช้ใหม่ทุกครั้ง

3. กำจัดวัชพืชในแปลงและรอบแปลงปลูกสม่ำเสมอ เพื่อลดแหล่งสะสมเชื้อไวรัสและแมลงพาหะ

4. เชื้อไวรัสสาเหตุโรคพืชยังไม่มีสารป้องกันกำจัดโดยตรง แต่ป้องกันการระบาดของโรค คือ เพลี้ยอ่อน โดยพ่นสารอิมิดาโคลพริด 70% ดับเบิ้ลยูจี อัตรา 4 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือไทอะมิทอกแซม 25% ดับเบิ้ลยูจี อัตรา 4 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือไดโนทีฟูแรน 10% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 20 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือโคลไทอะนิดิน 16% เอสจี อัตรา 15 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร

5. ควรหลีกเลี่ยงไม่ปลูกพืชที่เป็นพืชอาศัยของเชื้อสาเหตุโรคใกล้แปลงปลูกมะละกอที่เป็นโรค ได้แก่ พืชตระกูลแตง พืชตระกูลถั่ว มะเขือเทศ มะเขือยาว ตำลึง หงอนไก่ บานไม่รู้โรย และลำโพง เป็นต้น

6. ในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรค ฤดูปลูกถัดไปควรปลูกพืชหมุนเวียนที่ไม่ใช่พืชอาศัยของเชื้อสาเหตุโรค

 

 

รายงาน  :  สถาบันวิจัยพืชสวน (น.ส.ลาวัณย์ จันทร์อัมพร)  ข้อมูลจาก ศวส.ศรีสะเกษ

ผู้กลั่นกรอง  :  สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช

 

 

น.ส. กนกอร  สายมณี

นวส.ชำนาญการ

11 ตุลาคม 61 13:24:40