เว็บไซต์สำนักงานเกษตรอำเภอ

เตือนภัยการเกษตร (ผักตระกูลกะหล่ำ และผักกาด เช่น กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก บรอกโคลี ผักกาดขาว ผักกาดหัว)

 

สำนักงานเกษตรอำเภอมัญจาคีรี ขอแจ้งเตือนภัยการเกษตร (ผักตระกูลกะหล่ำ และผักกาด เช่น กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก บรอกโคลี ผักกาดขาว ผักกาดหัว) ช่วงวันที่ 17 - 23 มิถุนายน 2563  โดยมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อม สภาพอากาศ ที่เกิดขึ้นในแต่ละสัปดาห์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อพืชชนิดต่างๆ การเกิดโรคระบาดในพืช การระบาดของแมลงศัตรูพืช ตลอดจนข้อสังเกต ข้อควรระวัง แนวทางแก้ไข/ป้องกัน เพื่อเผยแพร่ให้ทราบ 

 

 

                 

 

 

สภาพแวดล้อม / สภาพอากาศที่เกิดในช่วงนี้  :   

  •  มีฝนตก และฝนตกหนักบางพื้นที่

 

ชนิดพืชที่อาจเกิดผลกระทบ  :  

  • ผักตระกูลกะหล่ำ และผักกาด เช่น กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก บรอกโคลี ผักกาดขาว ผักกาดหัว

 

ระยะการเจริญเติบโตของพืชในช่วงนี้  :  

  • ทุกระยะการเจริญเติบโต

 

ปัญหาที่ควรระวัง  :  

  • โรคเน่าเละ (เชื้อแบคทีเรีย Pectobacterium carotovorum subsp. carotovorum)

 

ข้อสังเกตลักษณะ / อาการที่พบ  : 

  • อาการเริ่มแรก แผลมีลักษณะเป็นจุดฉ่ำน้ำเล็กๆ บนใบหรือบริเวณลำต้น ต่อมาแผลจะขยายลุกลามมีสีน้ำตาลหรือน้ำตาลเข้ม เนื้อเยื่อพืชบริเวณแผลจะยุบตัวลง มีเมือกเยิ้มออกมา และมีกลิ่นเหม็นเฉพาะของโรคนี้ หลังจากนั้นพืชจะเนายุบตายไปทั้งตน

* * *  โรคนี้พบระบาดมากในฤดูฝน แบคทีเรียสามารถเข้าทำลายได้ทุกส่วนของพืชทั้งในแปลงปลูก และในโรงเก็บ 

 

 

แนวทางป้องกัน / แก้ไข  :  

     ๑. ควรเลือกพื้นที่ปลูกที่ไม่เคยมีการระบาดของโรคนี้มาก่อน และมีการระบายน้ำที่ดี

     ๒. ก่อนปลูกพืชควรไถพรวนดินให้ลึกมากกว่า ๒๐ เซนติเมตรจากผิวดิน และตากดินไว้นานกว่า ๒ สัปดาห์ จะช่วยลดปริมาณเชื้อสาเหตุโรคในดินลงได้มาก

     ๓. ไม่ควรปลูกพืชแน่นเกินไป เพื่อไม่ให้มีความชื้นสูง เป็นการลดการระบาดของโรค

     ๔. ในบริเวณที่พบโรค ควรหลีกเลี่ยงการให้น้ำแบบพ่นฝอย เนื่องจากจะทำให้เชื้อสาเหตุโรคกระจายไปสู่ต้นข้างเคียงได้

     ๕. ระมัดระวังไม่ให้ส่วนต่าง ๆ ของพืชเกิดแผล เป็นช่องทางให้เชื้อสาเหตุโรคเข้าทำลายพืช

     ๖. ควรดูแลไม่ให้พืชขาดธาตุแคลเซียมและโบรอน เพราะจะทำให้พืชเกิดแผลจากอาการปลายใบไหม้และไส้กลวง ทำให้เชื้อสาเหตุโรคเข้าทำลายได้ง่าย

     ๗. หมั่นสำรวจแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ เมื่อเริ่มพบอาการของโรคให้ขุดต้นที่เป็นโรคนำไปทำลายนอกแปลงปลูก

     ๘. ทำความสะอาดเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการเกษตรหลังใช้กับต้นที่เป็นโรค

     ๙. หลังการเก็บเกี่ยว ควรไถกลบเศษพืชผักทันที และตากดินไว้ระยะหนึ่งแล้วไถกลบอีกครั้ง เพื่อลดการสะสมของเชื้อสาเหตุโรค

   ๑๐. แปลงที่มีการระบาดของโรค ควรปลูกพืชชนิดอื่นหมุนเวียน เช่น ถั่วเหลือง ถั่วเขียว และข้าวโพด เป็นต้น

     

        

อาการเน่าเละจากแกนกลางหัวกะหล่ำ
 
อาการเน่าเละและยุบตัวของผักกาดขาว
 
อาการเน่าเละของกาบใบชั้นนอก


 

 

ที่มา  :  คณะทํางานพยากรณ์และเตือนภัยศัตรูพืช กรมวิชาการเกษตร 

website :  http://at.doa.go.th/ew

เครดิตภาพ  :  http://ippc.acfs.go.th/pest/G001/T001/B006

เครดิตภาพ  :  https://thepaperthailand.com/2020/04/03/doe-worm/

 

 

 

น.ส. กนกอร  สายมณี

นวส.ชำนาญการ

 

 

18 มิถุนายน 63 10:57:13