เว็บไซต์สำนักงานเกษตรอำเภอ

เตือนภัยการเกษตร (มะขาม)

 

สำนักงานเกษตรอำเภอมัญจาคีรี ขอแจ้งเตือนภัยการเกษตร (มะขาม) ช่วงวันที่ 2 - 8 กันยายน 2563  โดยมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อม สภาพอากาศ ที่เกิดขึ้นในแต่ละสัปดาห์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อพืชชนิดต่างๆ การเกิดโรคระบาดในพืช การระบาดของแมลงศัตรูพืช ตลอดจนข้อสังเกต ข้อควรระวัง แนวทางแก้ไข/ป้องกัน เพื่อเผยแพร่ให้ทราบ 

 

 

 

                            

 

 

 

สภาพแวดล้อม / สภาพอากาศที่เกิดในช่วงนี้  :   

  • มีฝนตก และฝนตกหนักบางพื้นที่ 

 

ชนิดพืชที่อาจเกิดผลกระทบ  :  

  • พริก

 

ระยะการเจริญเติบโตของพืชในช่วงนี้  :  

  • ทุกระยะการเจริญเติบโต

 

ปัญหาที่ควรระวัง  :  

  •  โรคเหี่ยวเขียว (เชื้อแบคทีเรีย Ralstonia solanacearum)

 

ข้อสังเกตลักษณะ / อาการที่พบ  : 

  • พบต้นพริกแสดงอาการของโรคเป็นหย่อม ๆ หรือกระจายในแปลงปลูก อาการเริ่มแรกใบอ่อนหรือใบยอดจะเหี่ยวเฉพาะเวลากลางวันที่อากาศร้อนจัด และจะกลับมาปกติในเวลาค่ำที่อากาศเย็น จากนั้นใบจะเหี่ยวลามลงมา ด้านล่างจนเหี่ยวทั้งต้นและเหี่ยวอย่างถาวรโดยที่ใบยังคงเขียวอยู่ เมื่อถอนต้นขึ้นมาพบว่ารากเกิดอาการเน่า และถ้าตัดลำต้นตามขวางแช่น้ำสะอาด ภายใน ๕-๑๐ นาที จะมีเมือกสีขาวขุ่น (bacterial ooze) ไหลออกมาตามรอยตัดเป็นสายละลายปนกับน้ำออกมา หากอาการรุนแรงจะพบภายในลำต้นกลวง เนื่องจากเนื้อเยื่อถูกทำลายโดยเชื้อสาเหตุโรค และพริกจะตายในที่สุด 

 

แนวทางป้องกัน / แก้ไข  :  

     ๑. ควรเลือกพื้นที่ปลูกที่ไม่เคยมีการระบาดของโรคนี้มาก่อน และมีการระบายน้ำที่ดี

     ๒. ฆ่าเชื้อสาเหตุโรคในดินปลูก โดยการอบดินฆ่าเชื้อด้วยยูเรีย อัตรา ๘๐ กิโลกรัม และปูนขาว อัตรา ๘๐๐ กิโลกรัมต่อพื้นที่ ๑ ไร่ โดยอบทิ้งไว้ ๒-๓ สัปดาห์ก่อนปลูกพืช

     ๓. อุปกรณ์และเครื่องมือที่ใช้ในการเกษตร ควรฆ่าเชื้อโดยจุ่มหรือพ่นด้วยแอลกอฮอล์ ๗๐% หรือ คลอรอกซ์ ๑๐% ก่อนใช้ทุกครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้มีการระบาดของเชื้อ

     ๔. หมั่นตรวจแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ เมื่อพบต้นที่แสดงอาการของโรคให้ขุดต้นและดินบริเวณรอบต้นออก นำไปทำลายนอกแปลงปลูก โรยปูนขาวบริเวณหลุมที่ขุดออกเพื่อลดการระบาดของเชื้อสาเหตุโรค

     ๕. ไม่ควรปลูกพืชที่เป็นพืชอาศัยของเชื้อสาเหตุโรค เช่น พืชตระกูลขิง พืชตระกูลมะเขือ และถั่วลิสง บริเวณใกล้แปลงปลูกพริกที่เป็นโรค เพื่อลดการแพร่ระบาดของโรค

     ๖. ปรับระบบการให้น้ำ ควบคุมความชื้นในดินไม่ให้มากเกินไป เพื่อลดการเกิดโรค

     ๗. ในพื้นที่ที่เกิดโรคระบาด ควรปลูกพืชหมุนเวียนที่ไม่ใช่พืชอาศัยของเชื้อสาเหตุโรค เช่น ข้าวโพด ข้าว ถั่ว เหลือง สลับกันเป็นเวลามากกว่า ๑ ปี

 

       

 

 
 
 
 

 

 

 

ที่มา  :  คณะทํางานพยากรณ์และเตือนภัยศัตรูพืช กรมวิชาการเกษตร 

website :  http://at.doa.go.th/ew

เครดิตภาพ  :  http://www.agriinfo.doae.go.th/year60/plant/rortor/fruit2/tamarine.pdf

เครดิตภาพ  :  http://www.ppsf.doae.go.th/pest_and_drought/sweet_tamarind.html

เครดิตภาพ  :  http://www0.tint.or.th/nkc/nkc51/nkc5101/nkc5101c.html

 

 

 

 

น.ส. กนกอร  สายมณี

นวส.ชำนาญการ

 

 

4 กันยายน 63 18:38:56