เว็บไซต์สำนักงานเกษตรอำเภอ

เตือนภัยการเกษตร (เฝ้าระวังการะบาดของโรคไหม้ข้าว)

 

สำนักงานเกษตรอำเภอมัญจาคีรี ขอแจ้งเตือนภัยการเกษตร (เฝ้าระวังการะบาดของโรคไหม้ข้าว

  • สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเกษตรอำเภอมัญจาคีรี  043-289-160

 

 

                            

 

 

  • ด้วยขณะนี้มีรายงานว่าพบการระบาดของโรคไหม้ข้าวในหลายพื้นที่ ประกอบกับช่วงนี้มีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง กลางคืนมีความชื้นสูง กลางวันอากาศร้อน ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะต่อการระบาดของโรคไหม้ข้าว  และสถานการณ์การระบาดมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

  • เพื่อเป็นการเฝ้าระวังและป้องกันการระบาดของโรคไหม้ข้าวแพร่ขยายวงกว้าง สำนักงานเกษตรอำเภอมัญจาคีรี จึงขอให้เกษตรกรเฝ้าระวังและสังเกตอาการของต้นข้าวในแปลงนาของตนเองโดยการสำรวจแปลงนาอย่างสม่ำเสมอ หากพบการระบาดของโรคไหม้ข้าว ให้แจ้งสำนักงานเกษตรอำเภอทันที และศึกษาข้อมูลความรู้เกี่ยวกับโรคไหม้ข้าวตามคำแนะนำด้านล่างนี้

 

 

 

สภาพแวดล้อม / สภาพอากาศที่เกิดในช่วงนี้  :   

  • มีฝนตก และฝนตกหนักบางพื้นที่ กลางคืนมีความชื้นสูง กลางวันอากาศร้อน

 

 

ชนิดพืชที่อาจเกิดผลกระทบ  :  

  • ข้าว

 

 

ระยะการเจริญเติบโตของพืชในช่วงนี้  :  

  • ทุกระยะการเจริญเติบโต

 

 

ปัญหาที่ควรระวัง  :  

  •  โรคไหม้ข้าว  เชื้อรา Magnaporthe oryzae Synonyms : Pyricularia oryzae Cavara

 

 

ข้อสังเกตลักษณะ / อาการที่พบ  : 

  • ระยะกล้า  ใบมีแผลจุดสีน้ำตาลคล้ายรูปตา มีสีเทาอยู่ตรงกลางแผล ความกว้างของแผลประมาณ 2-5 มิลลิเมตร และความยาวประมาณ 10-15 มิลลิเมตร แผลสามารถขยายลุกลามและกระจายทั่วบริเวณใบ ถ้าโรครุนแรงกล้าข้าวจะแห้งฟุบตาย อาการคล้ายถูกไฟไหม้

  • ระยะแตกกอ  อาการพบได้ที่ใบ ข้อต่อของใบ และข้อต่อของลำต้น ขนาดแผลจะใหญ่กว่าที่พบในระยะกล้า แผลลุกลามติดต่อกันได้ที่บริเวณข้อต่อ ใบจะมีลักษณะแผลช้ำสีน้ำตาลดำ และมักหลุดจากกาบใบเสมอ

  • ระยะออกรวง  (โรคไหม้คอรวง หรือ โรคเน่าคอรวง)  ถ้าข้าวเพิ่งจะเริ่มให้รวง เมื่อถูกเชื้อราเข้าทำลาย เมล็ดจะลีบหมด แต่ถ้าเป็นโรคตอนรวงข้าวแก่ใกล้เก็บเกี่ยว จะปรากฏรอยแผลช้ำสีน้ำตาลที่บริเวณคอรวง ทำให้เปราะหักง่าย รวงข้าวร่วงหล่นเสียหายมาก

 

แนวทางป้องกัน / แก้ไข  :  

  •     การแพร่ระบาด  พบโรคในแปลงที่ต้นข้าวหนาแน่น ทำให้อับลม ถ้าใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูงและมีสภาพแห้งในตอนกลางวันและชื้นจัดในตอนกลางคืน น้ำค้างยาวนานถึงตอนสายราว 9 โมง อากาศค่อนข้างเย็น อุณหภูมิประมาณ 22-25 องศาเซลเซียส ลมแรงจะช่วยให้โรคแพร่กระจายได้ดี

 

       

 

 

 

 

ที่มา  :  กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย  กรมส่งเสริมการเกษตร

ที่มา  :  กรมการข้าว

เครดิตภาพ  :  http://www.ricethailand.go.th/rkb3/title-index.php-file=content.php&id=112-1.htm

 

 

 

 

น.ส. กนกอร  สายมณี

นวส.ชำนาญการ

 

 

5 กันยายน 63 16:04:12