เว็บไซต์สำนักงานเกษตรอำเภอ

เตือนภัยการเกษตร (หอม กระเทียม)

สำนักงานเกษตรอำเภอมัญจาคีรี ขอแจ้งเตือนภัยการเกษตร (หอม กระเทียม) ช่วงวันที่ 27 มกราคม - 9 กุมภาพันธ์ 2564  โดยมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อม สภาพอากาศ ที่เกิดขึ้นในแต่ละสัปดาห์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อพืชชนิดต่างๆ การเกิดโรคระบาดในพืช การระบาดของแมลงศัตรูพืช ตลอดจนข้อสังเกต ข้อควรระวัง แนวทางแก้ไข/ป้องกัน เพื่อเผยแพร่ให้ทราบ 

 

 

                       

 

 

สภาพแวดล้อม / สภาพอากาศที่เกิดในช่วงนี้  :   

  •  สภาพอากาศมีหมอกในตอนเช้า แดดแรงในตอนกลางวัน อากาศเย็นในตอนกลางคืน 

 

ชนิดพืชที่อาจเกิดผลกระทบ  :  

  • หอมหัวใหญ่, หอมแดง, หอม แบ่ง,กระเทียม

 

ระยะการเจริญเติบโตของพืชในช่วงนี้  :  

  • ทุกระยะการเจริญเติบโต

 

ปัญหาที่ควรระวัง  :  

  •  โรคใบจุดสีม่วง (เชื้อรา Alternaria porri)

 

ข้อสังเกตลักษณะ / อาการที่พบ  : 

  • อาการเริ่มแรก พบจุดฉ่ำน้ำขนาดเล็ก รูปร่างกลมหรือรีบนใบ ซึ่งเมื่อแผล แห้งจะเปลี่ยนเป็นจุดแผลสีขาว ต่อมา แผลขยายออกตามความยาวของใบ มี ลักษณะเป็นรูปไข่ เนื้อเยื่อยุบตัว แผล สีม่วงเข้มหรือสีน้ำตาลอมม่วง ตรง กลางซีดจางกว่าเล็กน้อย มีแถบสีขาว หรือสีเหลืองส้มล้อมรอบแผล ถ้า อากาศชื้นจะพบผงสปอร์สีดำของเชื้อ ราสาเหตุโรคบนแผล เมื่อมีหลายแผล ขยายต่อกันจะทำให้ใบแห้ง ต้นโทรม ผลผลิตลดลง หากโรคระบาดรุนแรง ใบจะแห้งตายหมด ไม่ได้ผลผลิต หาก เชื้อราเข้าทำลายที่ส่วนหัว จะทำให้หัว เน่าเก็บไว้ได้ไม่นาน

 

แนวทางป้องกัน / แก้ไข  :  

1. ก่อนปลูกควรปรับปรุงดินให้มีสภาพเหมาะสมกับ การปลูกหอมและกระเทียม โดยการใส่ปูนขาว ปุ๋ย คอก หรือปุ๋ยอินทรีย์

2. ใช้หัวพันธุ์ที่ปราศจากโรค โดยแช่หัวพันธุ์หรือต้น กล้าก่อนปลูกด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืช เช่น ไดฟีโนโคนาโซล 25% EC อัตรา 30 -40 มิลลิลิตรต่อ น้ำ 20ลิตร หรือไอโพรไดโอน 50% WP อัตรา 30 - 40 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร นาน 15 - 20 นาที

3. ตรวจแปลงปลูกสม่ำเสมอ เมื่อพบโรคพ่นด้วยสาร ป้องกันกำจัดโรคพืช เช่น ไดฟีโนโคนาโซล 25% EC อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20ลิตร หรือไอโพรไดโอน 50% WP อัตรา 20 - 30 กรัมต่อน้ำ 20ลิตร หรือ โพรคลอราซ 50% WP อัตรา 20 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ชนิดใดชนิดหนึ่ง หากโรคยังคงระบาดควรพ่น ซ้ำ ทุก 5 - 7 วัน แต่ไม่ควรเกิน 4ครั้ง แล้วสลับพ่น ด้วย แมนโคเซบ 80% WP อัตรา 40 - 50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร เพื่อป้องกันการดื้อยาของเชื้อสาเหตุโรค

4. เก็บซากพืชที่เป็นโรคนำไปทำลายนอกแปลงปลูก เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งสะสมของเชื้อสาเหตุโรค

5. ในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรค ควรปลูกพืชชนิดอื่น ที่ไม่ใช่สกุลหอมกระเทียมสลับ

                       

 

 

 

ที่มา  :  คณะทํางานพยากรณ์และเตือนภัยศัตรูพืช กรมวิชาการเกษตร 

website :  http://at.doa.go.th/ew

เครดิตภาพ  :  http://www.doa.go.th/share/attachment.php?aid=1255

เครดิตภาพ  :  https://www.technologychaoban.com

 

 

 

น.ส. พศิตา พิลาโสภา

นวส.ปฏิบัติการ

24 มีนาคม 64 22:29:17